“กลับมาเตะบอลอีกครั้งนะลูก” หัวอกแม่ ถึง “น้องซันเดย์” ลูกชายป่วยมะเร็ง (คลิป)

เมื่อความฝันสู่นักบอลอาชีพของ “ซันเดย์” อัครวัฒน์ ไกรวุฒิภคพงศ์ วัย 17 ปี สลายไปจากโรคมะเร็ง แต่ด้วยรักจาก “แม่” ที่เชื่อว่าลูกจะกลับมาเตะบอลได้อีกรอบ ทำให้น้องพร้อมสู้เพื่อให้คนที่รักที่สุด

ฟันธงบอลวันนี้

9 กุมภาพันธ์ 2563 ข่าวร้ายมาเยือนครอบครัว “ไกรวุฒิภคพงศ์” พร้อมกับโรคร้าย ที่พรากความฝันของเด็กชายหนุ่มวัย 17 ปี “น้องซันเดย์” อัครวัฒน์ ไกรวุฒิภคพงศ์ นักเตะโรงเรียนธัญบุรี เขาคือเด็กชายหนุ่มที่หวังก้าวไปสู่เส้นทางบอลอาชีพ เหมือน “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไอดอลของเขา แต่ทุกสิ่งกลับพังทลายลง.. ตลอดกาล

ไก่เห็นตีนงู
ปรับรูปแบบบอลลีกหญิง จัด 2 ดิวิชั่น-มีเพลย์ออฟ-ขึ้นทะเบียนฟีฟ่า
“สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” กลับลำทัน ยอมใช้เงื่อนไขเดิมที่ประกาศไว้
“ซันเดย์” มีอาการปวดศีรษะอย่างหนัก ในช่วงแรกแพทย์วิเคราะห์ว่าเป็นโรคไมเกรน เพราะความเครียดจากการเตะบอล แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น สุดท้ายเมื่อตรวจอย่างละเอียด จึงพบก้อนเนื้อร้ายที่สมอง และจะลามไปสู่กระดูกสันหลัง

จากวันนั้น “ซันเดย์” ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ต้องต่อสู้กับยาหลายขนาน จนกระทั่งปัจจุบันน้องไม่สามารถเดินได้แล้ว

ตลอดการรักษา “ซันเดย์” เขายังคงนึกถึงกีฬา “บอล” ที่เขารัก ที่ไม่รู้ว่าจะแปลงเป็นเส้นขนานสำหรับชีวิตเขาหรือเปล่า

วันที่ทราบข่าวร้าย จิตใจของผู้เป็นแม่อย่าง “อิสรีย์ ไกรวุฒิภคพงศ์” วัย 46 ปี มิอาจฝืนกลั้นความรู้สึกที่เกิดขึ้น หัวใจของคุณร้องไห้หนัก แต่ไม่อาจแสดงให้ลูกชายได้เห็น ทำได้เพียงแค่การให้กำลังใจ และอยู่เคียงคู่น้องแค่นั้น ฟันธงบอลวันนี้

“เป็นอะไรที่แบบว่า เกิดขึ้นได้เร็วมาก คิดไม่ถึงว่าจะเกิดกับตัวเรากับลูกเรา ได้ยินแต่เรื่องราวของคนอื่น พอมาเจอตัวเราขึ้นมา คือ เสียใจ”

“เราเสียใจมาก เพราะเราก็มีความหวังกับลูกคนนี้ว่า เขาจะได้เรียนหนังสือสูงๆ เป็นเด็กดีต่อไป ก็บอกเขาว่าให้สู้ ถ้าหนูสู้ แม่ก็สู้ ช่วยกันสู้”

“อิสรีย์” เลี้ยง “น้องซันเดย์” มาด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่น้องยังไม่ลืมตาดูโลก คุณจึงมีความผูกพันกับลูกชายคนนี้ ด้วยหน้าที่ “แม่เลี้ยงเดี่ยว”

เมื่อลูกรักล้มป่วย ชีวิตของคุณก็เปลี่ยนไป คุณตัดสินใจออกจากงานประจำในตำแหน่งพนักงานขาย ที่มีรายได้ราว 15,000-30,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้มาอยู่ดูแลลูกตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ตอนนี้คุณไม่มีรายได้เผ่านาเลย มีเพียงแค่เงินเก็บทั้งชีวิตที่นำมารักษาน้องเท่านั้น

“ไม่มีใครพาเขาไปหาหมอ นอกจากแม่เพียงแค่นั้นคือแม่จะพาน้องไปตลอด ทุกครั้งที่ทำงานอยู่ก็เหมือนกัน ถ้าหมอนัดน้อง ก็ต้องลางานทุกครั้ง ลาให้เขาหักเงินอ่ะค่ะ เพื่อให้ที่จะพาน้องไปหาหมอทุกครั้ง ไม่เคยขาด ไปตลอด เพราะมีความความรู้สึกว่าเราต้องให้ความสำคัญในการรักษาลูก เรามีความหวังว่าต้องการจะให้ลูกหายเป็นเด็กปกติ

“สุดท้ายเราตัดสินใจออกจากงานค่ะ ขอเลือกทางนี้ก่อน เพราะว่าทำสองอย่างมันไม่ได้ ถึงจำเป็นที่จะต้องขาดรายได้ แต่ลูกเราต้องมาก่อน เราอยากอยู่กับลูกเรา”

ทุกๆ วัน คุณจะตื่นมาทำกายภาพบำบัดให้ น้องซันเดย์ ด้วยความหวังว่าวันหนึ่งลูกชายของคุณจะกลับมาเดินได้อีกที พร้อมรับมือกับการฉายแสงจนครบกำหนด เมื่อถึงเวลานั้นแพทย์จะประเมินแนวทางในการรักษาต่อไป

หน้าที่ของคนเป็นแม่ แม้จะเหนื่อย, ท้อ, เสียใจเพียงใด คุณก็ไม่อาจแสดงออกได้ เพราะในเมื่อลูกชายของคุณบอกกับแม่เสมอว่า จะสู้กับโรคร้ายนี้ เพื่อให้ให้แม่ตามไปเชียร์ที่สนามบอลอีกรอบ ผู้เป็นแม่เองก็พร้อมจะสู้ไปพร้อมกับน้อง

“มีหมอจิตวิทยาคนหนึ่งที่ได้คุยกับน้องช่วงที่รักษาตัว เขามาบอกกับแม่ว่า น้องยังมีความห่วงว่าแม่จะมีความลำบาก เขาห่วงว่าแม่จะอยู่ยังไงถ้าไม่มีเขา นั่นทำให้แม่เองคิดว่า ในเมื่อเขาพร้อมสู้เพื่อให้แม่ ทำไมแม่ถึงจะสู้เพื่อให้เขาไม่ได้”

“หมอบอกว่า ตอนนี้คงทำได้เพียงแค่รักษาตามอาการ ส่วนจะกลับมาเดินได้ปกติหรือเปล่า หมอบอกว่า น่าจะยากนะ แต่แม่ยังมีความเชื่อว่า หมอคงเข้าใจผิด แม่คิดว่าลูกเราเป็นคนดี เราสอนลูกมาดี สอนให้คิดดีทำดี สิ่งกลุ่มนี้จะคุ้มครองลูก และลูกเราจะกลับมาเดินได้เหมือนเดิม”

12 สิงหาคม 2563 วันแม่ปีนี้ คุณไม่ต้องการของขวัญอื่นใด นอกจากขอให้ “น้องซันเดย์” ลูกชายสุดที่รัก หายจากโรคร้ายเพียงแค่นั้นหากสวรรค์ประทานของขวัญชิ้นนี้ให้ คุณคงจะพูดได้ว่า เป็นของขวัญที่ดีที่สุดและเป็นสุขที่สุดที่คุณเคยได้รับในชีวิตนี้

“แม่จะพาหนูไปรักษาให้ถึงที่สุด เท่าที่แม่ทำได้ ถ้ามันไม่หายจริงๆ หนูก็ต้องยอมรับความจริง อาจจะเตะบอลไม่ได้เหมือนเดิม หนูก็ต้องยอมรับ แต่หนูก็ได้อยู่กับแม่แทน ไม่ต้องไปคาดหวังว่าหนูหายแล้วหนูจะกลับไปเตะบอล เอาตรงนี้ให้ดีที่สุด ทำให้น้องมีความหวังกับตรงนี้ ให้หายก่อน แล้วสิ่งอื่นๆ ก็ค่อยตามมาทีหลัง”

แม่ก็รักลูกเนอะ รักทุกวันเลย เป็นเพราะหนูเป็นเด็กที่น่ารักที่สุดเลยตั้งแต่เกิดมา มีกันอยู่สองคน แม่ก็ขอให้หนูหายนะ เป็นของขวัญให้แม่ในวันแม่นะ แม่ไม่ได้หวังอะไรมาก แม่หวังให้ลูกของแม่หายเหมือนเด็กปกติทั่วไป หายและค่อยกลับมาเตะบอลอีกทีนะลูก”

“น้องซันเดย์” ได้บอกกับแม่ว่า “ผมจะสู้ครับ ผมจึงควรหาย ผมอยากกลับไปเตะบอลครับ” นั่นทำให้แม่ของคุณยิ้มได้ และให้สัญญาจะอยู่เคียงคู่กับลูกชายตลอดไป

อุปสรรคไม่ว่าจะสาหัสเพียงใด แต่ความรักแท้ และความเชื่อที่ทั้งคู่มอบให้กันและกัน เชื่อว่าจะยังมีสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นหลังพายุแห่งความโหดร้าย ที่จะนำพาความสุขครั้งใหม่ กลับมาสู่ครอบครัว “ไกรวุฒิภคพงศ์”

เมื่อความฝันสู่นักบอลอาชีพของ “ซันเดย์” อัครวัฒน์ ไกรวุฒิภคพงศ์ วัย 17 ปี สลายไปจากโรคมะเร็ง แต่ด้วยรักจาก “แม่” ที่เชื่อว่าลูกจะกลับมาเตะบอลได้อีกรอบ ทำให้น้องพร้อมสู้เพื่อให้คนที่รักที่สุด

9 กุมภาพันธ์ 2563 ข่าวร้ายมาเยือนครอบครัว “ไกรวุฒิภคพงศ์” พร้อมกับโรคร้าย ที่พรากความฝันของเด็กชายหนุ่มวัย 17 ปี “น้องซันเดย์” อัครวัฒน์ ไกรวุฒิภคพงศ์ นักเตะโรงเรียนธัญบุรี เขาคือเด็กชายหนุ่มที่หวังก้าวไปสู่เส้นทางบอลอาชีพ เหมือน “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไอดอลของเขา แต่ทุกสิ่งกลับพังทลายลง.. ตลอดกาล ฟันธงบอลวันนี้

ไก่เห็นตีนงู
ปรับรูปแบบบอลลีกหญิง จัด 2 ดิวิชั่น-มีเพลย์ออฟ-ขึ้นทะเบียนฟีฟ่า
“สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” กลับลำทัน ยอมใช้เงื่อนไขเดิมที่ประกาศไว้
“ซันเดย์” มีอาการปวดศีรษะอย่างหนัก ในช่วงแรกแพทย์วิเคราะห์ว่าเป็นโรคไมเกรน เพราะความเครียดจากการเตะบอล แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น สุดท้ายเมื่อตรวจอย่างละเอียด จึงพบก้อนเนื้อร้ายที่สมอง และจะลามไปสู่กระดูกสันหลัง

จากวันนั้น “ซันเดย์” ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ต้องต่อสู้กับยาหลายขนาน จนกระทั่งปัจจุบันน้องไม่สามารถเดินได้แล้ว

ตลอดการรักษา “ซันเดย์” เขายังคงนึกถึงกีฬา “บอล” ที่เขารัก ที่ไม่รู้ว่าจะแปลงเป็นเส้นขนานสำหรับชีวิตเขาหรือเปล่า

วันที่ทราบข่าวร้าย จิตใจของผู้เป็นแม่อย่าง “อิสรีย์ ไกรวุฒิภคพงศ์” วัย 46 ปี มิอาจฝืนกลั้นความรู้สึกที่เกิดขึ้น หัวใจของคุณร้องไห้หนัก แต่ไม่อาจแสดงให้ลูกชายได้เห็น ทำได้เพียงแค่การให้กำลังใจ และอยู่เคียงคู่น้องแค่นั้น

“เป็นอะไรที่แบบว่า เกิดขึ้นได้เร็วมาก คิดไม่ถึงว่าจะเกิดกับตัวเรากับลูกเรา ได้ยินแต่เรื่องราวของคนอื่น พอมาเจอตัวเราขึ้นมา คือ เสียใจ”

“เราเสียใจมาก เพราะเราก็มีความหวังกับลูกคนนี้ว่า เขาจะได้เรียนหนังสือสูงๆ เป็นเด็กดีต่อไป ก็บอกเขาว่าให้สู้ ถ้าหนูสู้ แม่ก็สู้ ช่วยกันสู้”

“อิสรีย์” เลี้ยง “น้องซันเดย์” มาด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่น้องยังไม่ลืมตาดูโลก คุณจึงมีความผูกพันกับลูกชายคนนี้ ด้วยหน้าที่ “แม่เลี้ยงเดี่ยว”

เมื่อลูกรักล้มป่วย ชีวิตของคุณก็เปลี่ยนไป คุณตัดสินใจออกจากงานประจำในตำแหน่งพนักงานขาย ที่มีรายได้ราว 15,000-30,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้มาอยู่ดูแลลูกตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ตอนนี้คุณไม่มีรายได้เผ่านาเลย มีเพียงแค่เงินเก็บทั้งชีวิตที่นำมารักษาน้องเท่านั้น

“ไม่มีใครพาเขาไปหาหมอ นอกจากแม่เพียงแค่นั้นคือแม่จะพาน้องไปตลอด ทุกครั้งที่ทำงานอยู่ก็เหมือนกัน ถ้าหมอนัดน้อง ก็ต้องลางานทุกครั้ง ลาให้เขาหักเงินอ่ะค่ะ เพื่อให้ที่จะพาน้องไปหาหมอทุกครั้ง ไม่เคยขาด ไปตลอด เพราะมีความความรู้สึกว่าเราต้องให้ความสำคัญในการรักษาลูก เรามีความหวังว่าต้องการจะให้ลูกหายเป็นเด็กปกติ

“สุดท้ายเราตัดสินใจออกจากงานค่ะ ขอเลือกทางนี้ก่อน เพราะว่าทำสองอย่างมันไม่ได้ ถึงจำเป็นที่จะต้องขาดรายได้ แต่ลูกเราต้องมาก่อน เราอยากอยู่กับลูกเรา”

ทุกๆ วัน คุณจะตื่นมาทำกายภาพบำบัดให้ น้องซันเดย์ ด้วยความหวังว่าวันหนึ่งลูกชายของคุณจะกลับมาเดินได้อีกที พร้อมรับมือกับการฉายแสงจนครบกำหนด เมื่อถึงเวลานั้นแพทย์จะประเมินแนวทางในการรักษาต่อไป

หน้าที่ของคนเป็นแม่ แม้จะเหนื่อย, ท้อ, เสียใจเพียงใด คุณก็ไม่อาจแสดงออกได้ เพราะในเมื่อลูกชายของคุณบอกกับแม่เสมอว่า จะสู้กับโรคร้ายนี้ เพื่อให้ให้แม่ตามไปเชียร์ที่สนามบอลอีกรอบ ผู้เป็นแม่เองก็พร้อมจะสู้ไปพร้อมกับน้อง

“มีหมอจิตวิทยาคนหนึ่งที่ได้คุยกับน้องช่วงที่รักษาตัว เขามาบอกกับแม่ว่า น้องยังมีความห่วงว่าแม่จะมีความลำบาก เขาห่วงว่าแม่จะอยู่ยังไงถ้าไม่มีเขา นั่นทำให้แม่เองคิดว่า ในเมื่อเขาพร้อมสู้เพื่อให้แม่ ทำไมแม่ถึงจะสู้เพื่อให้เขาไม่ได้”

“หมอบอกว่า ตอนนี้คงทำได้เพียงแค่รักษาตามอาการ ส่วนจะกลับมาเดินได้ปกติหรือเปล่า หมอบอกว่า น่าจะยากนะ แต่แม่ยังมีความเชื่อว่า หมอคงเข้าใจผิด แม่คิดว่าลูกเราเป็นคนดี เราสอนลูกมาดี สอนให้คิดดีทำดี สิ่งกลุ่มนี้จะคุ้มครองลูก และลูกเราจะกลับมาเดินได้เหมือนเดิม”

12 สิงหาคม 2563 วันแม่ปีนี้ คุณไม่ต้องการของขวัญอื่นใด นอกจากขอให้ “น้องซันเดย์” ลูกชายสุดที่รัก หายจากโรคร้ายเพียงแค่นั้นหากสวรรค์ประทานของขวัญชิ้นนี้ให้ คุณคงจะพูดได้ว่า เป็นของขวัญที่ดีที่สุดและเป็นสุขที่สุดที่คุณเคยได้รับในชีวิตนี้

“แม่จะพาหนูไปรักษาให้ถึงที่สุด เท่าที่แม่ทำได้ ถ้ามันไม่หายจริงๆ หนูก็ต้องยอมรับความจริง อาจจะเตะบอลไม่ได้เหมือนเดิม หนูก็ต้องยอมรับ แต่หนูก็ได้อยู่กับแม่แทน ไม่ต้องไปคาดหวังว่าหนูหายแล้วหนูจะกลับไปเตะบอล เอาตรงนี้ให้ดีที่สุด ทำให้น้องมีความหวังกับตรงนี้ ให้หายก่อน แล้วสิ่งอื่นๆ ก็ค่อยตามมาทีหลัง”

แม่ก็รักลูกเนอะ รักทุกวันเลย เป็นเพราะหนูเป็นเด็กที่น่ารักที่สุดเลยตั้งแต่เกิดมา มีกันอยู่สองคน แม่ก็ขอให้หนูหายนะ เป็นของขวัญให้แม่ในวันแม่นะ แม่ไม่ได้หวังอะไรมาก แม่หวังให้ลูกของแม่หายเหมือนเด็กปกติทั่วไป หายและค่อยกลับมาเตะบอลอีกทีนะลูก”

“น้องซันเดย์” ได้บอกกับแม่ว่า “ผมจะสู้ครับ ผมจึงควรหาย ผมอยากกลับไปเตะบอลครับ” นั่นทำให้แม่ของคุณยิ้มได้ และให้สัญญาจะอยู่เคียงคู่กับลูกชายตลอดไป

อุปสรรคไม่ว่าจะสาหัสเพียงใด แต่ความรักแท้ และความเชื่อที่ทั้งคู่มอบให้กันและกัน เชื่อว่าจะยังมีสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นหลังพายุแห่งความโหดร้าย ที่จะนำพาความสุขครั้งใหม่ กลับมาสู่ครอบครัว “ไกรวุฒิภคพงศ์”

เมื่อความฝันสู่นักบอลอาชีพของ “ซันเดย์” อัครวัฒน์ ไกรวุฒิภคพงศ์ วัย 17 ปี สลายไปจากโรคมะเร็ง แต่ด้วยรักจาก “แม่” ที่เชื่อว่าลูกจะกลับมาเตะบอลได้อีกรอบ ทำให้น้องพร้อมสู้เพื่อให้คนที่รักที่สุด

9 กุมภาพันธ์ 2563 ข่าวร้ายมาเยือนครอบครัว “ไกรวุฒิภคพงศ์” พร้อมกับโรคร้าย ที่พรากความฝันของเด็กชายหนุ่มวัย 17 ปี “น้องซันเดย์” อัครวัฒน์ ไกรวุฒิภคพงศ์ นักเตะโรงเรียนธัญบุรี เขาคือเด็กชายหนุ่มที่หวังก้าวไปสู่เส้นทางบอลอาชีพ เหมือน “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไอดอลของเขา แต่ทุกสิ่งกลับพังทลายลง.. ตลอดกาล

ไก่เห็นตีนงู
ปรับรูปแบบบอลลีกหญิง จัด 2 ดิวิชั่น-มีเพลย์ออฟ-ขึ้นทะเบียนฟีฟ่า
“สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” กลับลำทัน ยอมใช้เงื่อนไขเดิมที่ประกาศไว้
“ซันเดย์” มีอาการปวดศีรษะอย่างหนัก ในช่วงแรกแพทย์วิเคราะห์ว่าเป็นโรคไมเกรน เพราะความเครียดจากการเตะบอล แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น สุดท้ายเมื่อตรวจอย่างละเอียด จึงพบก้อนเนื้อร้ายที่สมอง และจะลามไปสู่กระดูกสันหลัง

จากวันนั้น “ซันเดย์” ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ต้องต่อสู้กับยาหลายขนาน จนกระทั่งปัจจุบันน้องไม่สามารถเดินได้แล้ว

ตลอดการรักษา “ซันเดย์” เขายังคงนึกถึงกีฬา “บอล” ที่เขารัก ที่ไม่รู้ว่าจะแปลงเป็นเส้นขนานสำหรับชีวิตเขาหรือเปล่า

วันที่ทราบข่าวร้าย จิตใจของผู้เป็นแม่อย่าง “อิสรีย์ ไกรวุฒิภคพงศ์” วัย 46 ปี มิอาจฝืนกลั้นความรู้สึกที่เกิดขึ้น หัวใจของคุณร้องไห้หนัก แต่ไม่อาจแสดงให้ลูกชายได้เห็น ทำได้เพียงแค่การให้กำลังใจ และอยู่เคียงคู่น้องแค่นั้น

“เป็นอะไรที่แบบว่า เกิดขึ้นได้เร็วมาก คิดไม่ถึงว่าจะเกิดกับตัวเรากับลูกเรา ได้ยินแต่เรื่องราวของคนอื่น พอมาเจอตัวเราขึ้นมา คือ เสียใจ”

“เราเสียใจมาก เพราะเราก็มีความหวังกับลูกคนนี้ว่า เขาจะได้เรียนหนังสือสูงๆ เป็นเด็กดีต่อไป ก็บอกเขาว่าให้สู้ ถ้าหนูสู้ แม่ก็สู้ ช่วยกันสู้”

“อิสรีย์” เลี้ยง “น้องซันเดย์” มาด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่น้องยังไม่ลืมตาดูโลก คุณจึงมีความผูกพันกับลูกชายคนนี้ ด้วยหน้าที่ “แม่เลี้ยงเดี่ยว”

เมื่อลูกรักล้มป่วย ชีวิตของคุณก็เปลี่ยนไป คุณตัดสินใจออกจากงานประจำในตำแหน่งพนักงานขาย ที่มีรายได้ราว 15,000-30,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้มาอยู่ดูแลลูกตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ตอนนี้คุณไม่มีรายได้เผ่านาเลย มีเพียงแค่เงินเก็บทั้งชีวิตที่นำมารักษาน้องเท่านั้น

“ไม่มีใครพาเขาไปหาหมอ นอกจากแม่เพียงแค่นั้นคือแม่จะพาน้องไปตลอด ทุกครั้งที่ทำงานอยู่ก็เหมือนกัน ถ้าหมอนัดน้อง ก็ต้องลางานทุกครั้ง ลาให้เขาหักเงินอ่ะค่ะ เพื่อให้ที่จะพาน้องไปหาหมอทุกครั้ง ไม่เคยขาด ไปตลอด เพราะมีความความรู้สึกว่าเราต้องให้ความสำคัญในการรักษาลูก เรามีความหวังว่าต้องการจะให้ลูกหายเป็นเด็กปกติ

“สุดท้ายเราตัดสินใจออกจากงานค่ะ ขอเลือกทางนี้ก่อน เพราะว่าทำสองอย่างมันไม่ได้ ถึงจำเป็นที่จะต้องขาดรายได้ แต่ลูกเราต้องมาก่อน เราอยากอยู่กับลูกเรา”

ทุกๆ วัน คุณจะตื่นมาทำกายภาพบำบัดให้ น้องซันเดย์ ด้วยความหวังว่าวันหนึ่งลูกชายของคุณจะกลับมาเดินได้อีกที พร้อมรับมือกับการฉายแสงจนครบกำหนด เมื่อถึงเวลานั้นแพทย์จะประเมินแนวทางในการรักษาต่อไป

หน้าที่ของคนเป็นแม่ แม้จะเหนื่อย, ท้อ, เสียใจเพียงใด คุณก็ไม่อาจแสดงออกได้ เพราะในเมื่อลูกชายของคุณบอกกับแม่เสมอว่า จะสู้กับโรคร้ายนี้ เพื่อให้ให้แม่ตามไปเชียร์ที่สนามบอลอีกรอบ ผู้เป็นแม่เองก็พร้อมจะสู้ไปพร้อมกับน้อง

“มีหมอจิตวิทยาคนหนึ่งที่ได้คุยกับน้องช่วงที่รักษาตัว เขามาบอกกับแม่ว่า น้องยังมีความห่วงว่าแม่จะมีความลำบาก เขาห่วงว่าแม่จะอยู่ยังไงถ้าไม่มีเขา นั่นทำให้แม่เองคิดว่า ในเมื่อเขาพร้อมสู้เพื่อให้แม่ ทำไมแม่ถึงจะสู้เพื่อให้เขาไม่ได้”

“หมอบอกว่า ตอนนี้คงทำได้เพียงแค่รักษาตามอาการ ส่วนจะกลับมาเดินได้ปกติหรือเปล่า หมอบอกว่า น่าจะยากนะ แต่แม่ยังมีความเชื่อว่า หมอคงเข้าใจผิด แม่คิดว่าลูกเราเป็นคนดี เราสอนลูกมาดี สอนให้คิดดีทำดี สิ่งกลุ่มนี้จะคุ้มครองลูก และลูกเราจะกลับมาเดินได้เหมือนเดิม”

12 สิงหาคม 2563 วันแม่ปีนี้ คุณไม่ต้องการของขวัญอื่นใด นอกจากขอให้ “น้องซันเดย์” ลูกชายสุดที่รัก หายจากโรคร้ายเพียงแค่นั้นหากสวรรค์ประทานของขวัญชิ้นนี้ให้ คุณคงจะพูดได้ว่า เป็นของขวัญที่ดีที่สุดและเป็นสุขที่สุดที่คุณเคยได้รับในชีวิตนี้

“แม่จะพาหนูไปรักษาให้ถึงที่สุด เท่าที่แม่ทำได้ ถ้ามันไม่หายจริงๆ หนูก็ต้องยอมรับความจริง อาจจะเตะบอลไม่ได้เหมือนเดิม หนูก็ต้องยอมรับ แต่หนูก็ได้อยู่กับแม่แทน ไม่ต้องไปคาดหวังว่าหนูหายแล้วหนูจะกลับไปเตะบอล เอาตรงนี้ให้ดีที่สุด ทำให้น้องมีความหวังกับตรงนี้ ให้หายก่อน แล้วสิ่งอื่นๆ ก็ค่อยตามมาทีหลัง”

แม่ก็รักลูกเนอะ รักทุกวันเลย เป็นเพราะหนูเป็นเด็กที่น่ารักที่สุดเลยตั้งแต่เกิดมา มีกันอยู่สองคน แม่ก็ขอให้หนูหายนะ เป็นของขวัญให้แม่ในวันแม่นะ แม่ไม่ได้หวังอะไรมาก แม่หวังให้ลูกของแม่หายเหมือนเด็กปกติทั่วไป หายและค่อยกลับมาเตะบอลอีกทีนะลูก”

“น้องซันเดย์” ได้บอกกับแม่ว่า “ผมจะสู้ครับ ผมจึงควรหาย ผมอยากกลับไปเตะบอลครับ” นั่นทำให้แม่ของคุณยิ้มได้ และให้สัญญาจะอยู่เคียงคู่กับลูกชายตลอดไป

อุปสรรคไม่ว่าจะสาหัสเพียงใด แต่ความรักแท้ และความเชื่อที่ทั้งคู่มอบให้กันและกัน เชื่อว่าจะยังมีสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นหลังพายุแห่งความโหดร้าย ที่จะนำพาความสุขครั้งใหม่ กลับมาสู่ครอบครัว “ไกรวุฒิภคพงศ์”

เรื่องนี้ถูกเขียนใน บอลบ้าน และติดป้ายกำกับ , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *