เผยความเป็นที่สุด ในการเฝ้าเสาให้กับทีมชาติไทย

อดีตกองกลางทีมชาติไทย ผู้เป็นนักเตะที่เคยไปค้าแข้งที่ประเทศเยอรมนี ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเล่นให้กับทีมชาติไทย"ต้องเท้าความก่อนว่า ในอดีต การติดทีมชาติ เขาจะให้เสื้อทีมชาติแค่ 2 ตัว และรองเท้า 1 คู่เพียงแค่นั้นทุกแมตช์ ผมก็จะนำเสื้อเหล่านั้นไปไว้บนหิ้งพระ มันคือสิ่งที่ภาคภูมิใจมากๆ""แมตช์แรกที่ผมเล่นให้ทีมชาติไทย คือการเจอกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งเราแข่งขันกันที่สนามศุภชลาศัย โดยมีแฟนบอลเผ่านากันเต็มสนาม และล้นมาถึงตรงลู่วิ่งจนเกือบเข้าสนามเลย""เกมนั้นระหว่างเตะก็ต้องหยุดไปด้วย เพราะเราต้องขอร้องให้แฟนบอลอย่าเลยเผ่านาในสนาม ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงแข่งไม่ได้ เกมนั้นเราชนะญี่ปุ่นไปได้ 3-0 โดยผมยิง 1 ประตู และแอสซิสต์อีก 1 ครั้งครับในสนาม ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงแข่งไม่ได้ เกมนั้นเราชนะญี่ปุ่นไปได้ 3-0 โดยผมยิง 1 ประตู และแอสซิสต์อีก 1 ครั้งครับนั้นไปไว้บนหิ้งพระ มันคือสิ่งที่ภาคภูมิใจมากๆ""แมตช์แรกที่ผมเล่นให้ทีมชาติไทย คือการเจอกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งเราแข่งขันกันที่สนามศุภชลาศัย โดยมีแฟนบอลเผ่านากันเต็มสนาม และล้นมาถึงตรงลู่วิ่งจนเกือบเข้าสนามเลย""เกมนั้นระหว่างเตะก็ต้องหยุดไปด้วย เพราะเราต้องขอร้องให้แฟนบอลอย่าเลยเผ่านาในสนาม ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงแข่งไม่ได้ เกมนั้นเราชนะญี่ปุ่นไปได้ 3-0 โดยผมยิง 1 ประตู และแอสซิสต์อีก 1 ครั้งครับ""ส่วนแมตช์ที่ประทับใจที่สุดก็คงเป็นตอนที่ผมได้เป็นกัปตันทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และก็พาทีมไปได้แชมป์ที่ไต้หวัน มันเป็นนัดแรกที่ผมได้เป็นกัปตัน และผมก็ตั้งเป้าหมายไว้เสมอว่า ผมจำเป็นจะต้องติดทีมชาติเยาวชนให้ได้ ส่วนเป้าหมายสูงสุดก็คือการไปเล่นที่ยุโรป""ผมก็อยากให้นักเตะไทยมีเป้าหมายที่สูงมากๆ ไม่ใช่แค่เป็นนักเตะอาชีพ หรือแค่ติดทีมชาติ เพราะอย่างที่เราทราบ นักเตะญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ เป้าหมายของเขาคือการไปเล่นในยุโรป และมันก็จะเป็นบันไดที่ทำให้เขามาติดทีมชาติ เป้าหมายนักเตะไทยคนจำนวนไม่น้อยจึงมองแค่เป็นนักเตะ
วันที่ 17 เม.ย. 63 "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล อดีตกองกลางทีมชาติไทย ผู้เป็นนักเตะที่เคยไปค้าแข้งที่ประเทศเยอรมนี ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเล่นให้กับทีมชาติไทย"ต้องเท้าความก่อนว่า ในอดีต การติดทีมชาติ เขาจะให้เสื้อทีมชาติแค่ 2 ตัว และรองเท้า 1 คู่เพียงแค่นั้นทุกแมตช์ ผมก็จะนำเสื้อเหล่านั้นไปไว้บนหิ้งพระ มันคือสิ่งที่ภาคภูมิใจมากๆ""แมตช์แรกที่ผมเล่นให้ทีมชาติไทย คือการเจอกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งเราแข่งขันกันที่สนามศุภชลาศัย โดยมีแฟนบอลเผ่านากันเต็มสนาม และล้นมาถึงตรงลู่วิ่งจนเกือบเข้าสนามเลย""เกมนั้นระหว่างเตะก็ต้องหยุดไปด้วย เพราะเราต้องขอร้องให้แฟนบอลอย่าเลยเผ่านาในสนาม ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงแข่งไม่ได้ เกมนั้นเราชนะญี่ปุ่อุปนายกข้างเทคนิคออกมาเล่าย้อนประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมกับ "ทีมชาติไทย"
วันที่ 17 เม.ย. 63 "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล อดีตกองกลางทีมชาติไทย ผู้เป็นนักเตะที่เคยไปค้าแข้งที่ประเทศเยอรมนี ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเล่นให้กับทีมชาติไทย"ต้องเท้าความก่อนว่า ในอดีต การติดทีมชาติ เขาจะให้เสื้อทีมชาติแค่ 2 ตัว และรองเท้า 1 คู่เพียงแค่นั้นทุกแมตช์ ผมก็จะนำเสื้อเหล่านั้นไปไว้บนหิ้งพระ มันคือสิ่งที่ภาคภูมิใจมากๆ""แมตช์แรกที่ผมเล่นให้ทีมชาติไทย คือการเจอกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งเราแข่งขันกันที่สนามศุภชลาศัย โดยมี
วันที่ 17 เม.ย. 63 "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล อดีตกองกลางทีมชาติไทย ผู้เป็นนักเตะที่เคยไปค้าแข้งที่ประเทศเยอรมนี ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเล่นให้กับทีมชาติไทย"ต้องเท้าความก่อนว่า ในอดีต การติดทีมชาติ เขาจะให้เสื้อทีมชาติแค่ 2 ตัว และรองเท้า 1 คู่เพียงแค่นั้นทุกแมตช์ ผมก็จะนำเสื้อเหล่านั้นไปไว้บนหิ้งพระ มันคือสิ่งที่ภาคภูมิใจมากๆ""แมตช์แรกที่ผมเล่นให้ทีมชาติไทย คือการเจอกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งเราแข่งขันกันที่สนามศุภชลาศัย โดยมีแฟนบอลเผ่านากันเต็มสนาม และล้นมาถึงตรงลู่วิ่งจนเกือบเข้าสนามเลย""เกมนั้นระหว่างเตะก็ต้องหยุดไปด้วย เพราะเราต้องขอร้องให้แฟนบอลอย่าเลยเผ่านาในสนาม ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงแข่งไม่ได้ เกมนั้นเราชนะญี่ปุ่นไปได้ 3-0 โดยผมยิง 1 ประตู และแอสซิสต์อีก 1 ครั้งครับมสนาม และล้นมาถึงตรงลู่วิ่งจนเกือบเข้าสนามเลย""เกมนั้นระหว่างเตะก็ต้องหยุดไปด้วย เพราะเราต้องขอร้องให้แฟนบอลอย่าเลยเผ่านาในสนาม ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงแข่งไม่ได้ เกมนั้นเราชนะญี่ปุ่น
วันที่ 17 เม.ย. 63 "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล อดีตกองกลางทีมชาติไทย ผู้เป็นนักเตะที่เคยไปค้าแข้งที่ประเทศเยอรมนี ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเล่นให้กับทีมชาติไทย"ต้องเท้าความก่อนว่า ในอดีต การติดทีมชาติ เขาจะให้เสื้อทีมชาติแค่ 2 ตัว และรองเท้า 1 คู่เพียงแค่นั้นทุกแมตช์ ผมก็จะนำเสื้อเหล่านั้นไปไว้บนหิ้งพระ มันคือสิ่งที่ภาคภูมิใจมากๆ""แมตช์แรกที่ผมเล่นให้ทีมชาติไทย คือการเจอกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งเราแข่งขันกันที่สนามศุภชลาศัย โดยมีแฟนบอลเผ่านากันเต็มสนาม และล้นมาถึงตรงลู่วิ่งจนเกือบเข้าสนามเลย""เกมนั้นระหว่างเตะก็ต้องหยุดไปด้วย เพราะเราต้องขอร้องให้แฟนบอลอย่าเลยเผ่านาในสนาม ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงแข่งไม่ได้ เกมนั้นเราชนะญี่ปุ่นไปได้ 3-0 โดยผมยิง 1 ประตู และแอสซิสต์อีก 1 ครั้งครับยิง 1 ประตู และแอสซิสต์อีก 1 ครั้ง
วันที่ 17 เม.ย. 63 "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล อดีตกองกลางทีมชาติไทย ผู้เป็นนักเตะที่เคยไปค้าแข้งที่ประเทศเยอรมนี ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเล่นให้กับทีมชาติไทย"ต้องเท้าความก่อนว่า ในอดีต การติดทีมชาติ เขาจะให้เสื้อทีมชาติแค่ 2 ตัว และรองเท้า 1 คู่เพียงแค่นั้นทุกแมตช์ ผมก็จะนำเสื้อเหล่านั้นไปไว้บนหิ้งพระ มันคือสิ่งที่ภาคภูมิใจมากๆ""แมตช์แรกที่ผมเล่นให้ทีมชาติไทย คือการเจอกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งเราแข่งขันกันที่สนามศุภชลาศัย โดยมีแฟนบอลเผ่านากันเต็มสนาม และล้นมาถึงตรงลู่วิ่งจนเกือบเข้าสนามเลย""เกมนั้นระหว่างเตะก็ต้องหยุดไปด้วย เพราะเราต้องขอร้องให้แฟนบอลอย่าเลยเผ่านาในสนาม ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงแข่งไม่ได้ เกมนั้นเราชนะญี่ปุ่นไปได้ 3-0 โดยผมยิง 1 ประตู และแอสซิสต์อีก 1 ครั้งครับโดยผมยิง 1 ประตู และแอสซิสต์อีก 1 ครั้งครับแตกต่างจากญี่ปุ่น และเกาหลีใต้""ส่วนที่เสียใจที่สุด ก็คือทุกครั้งที่เราแพ้แล้วต้องตกรอบ ความฝันของนักเตะอาชีพก็คือการเล่นทีมชาติ ต่อจากนั้นก็คือการพาทีมชาติไปบอลโลกรอบสุดท้าย ที่เสียใจเพราะหลายครั้งเราไปไม่ถึงไหนเลย ซึ่งผมเชื่อว่านักเตะหลายๆคนที่พอพลาดหวังก็คงรู้สึกเสียใจมากๆ เหมือนกับผม เพราะบางครั้งการเล่นบอล คุณจะเก่งแค่คนเดียวไม่ได้ แต่มันต้องไปด้วยกันทั้งทีม".

เรื่องนี้ถูกเขียนใน บอลไทย และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *